ความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างเดนมาร์กและประเทศไทยมีอยู่มากมาย บางอย่างเห็นได้ชัดเจน บางอย่างสามารถอ่านเรียนรู้ได้ และยังมีบางอย่างที่ปรากฏขึ้นมาเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง
ครั้งแรกที่ผมไปเยี่ยมคู่หมั้นของผมที่ประเทศไทย ผมไม่ได้พักอยู่กับเธอ แต่พักอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆ ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร เมื่อวันเวลาผ่านไป เสื้อผ้าที่ต้องซักก็เริ่มกองพะเนิน ผมรวบรวมมันใส่ถุงไว้ และเมื่อคู่หมั้นของผมเห็น เธอก็เสนอว่าจะซักให้ ผมก็ตอบรับอย่างสุภาพ และด้วยความน่าทึ่งของเธอ เธอซักและตากเสื้อผ้าให้ผมตลอดช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นั่น ผมได้รับเสื้อผ้าคืนมาเสมอในสภาพที่รีดเรียบร้อยและพับอย่างสวยงาม
ต่อมาเธอถามผมว่า ผมรู้สึกเขินหรือเปล่าที่เธอเป็นคนซักกางเกงในให้ คำถามนั้นทำให้ผมแปลกใจมาก เพราะผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย แต่ต่อมาผมก็ได้เรียนรู้ว่า ไม่ควรแสดงกางเกงในให้คนอื่นเห็น คู่หมั้นของผมจะตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีชุดชั้นในอยู่ในห้องน้ำก่อนที่ผมจะเข้าไป และเธอก็ไม่ต้องการให้ผมเดินผ่านราวตากผ้า หากมีชุดชั้นในของครอบครัวตากอยู่ และถ้าจะเดินไปหรือกลับจากห้องน้ำโดยใส่กางเกงใน ก็ต้องใช้ผ้าขนหนูปิดบังไว้ ดังนั้น ชุดชั้นในจึงเป็นเรื่องส่วนตัว และไม่ใช่สิ่งที่นำมาแสดงให้คนอื่นเห็น
แน่นอนว่าผมเองก็คงไม่เดินใส่กางเกงในไปมา หากมีแขกอยู่ที่บ้าน แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกลำบากใจหากคนอื่นจะเห็นมันแขวนตากอยู่ อย่างไรก็ตาม ทัศนคติต่อชุดชั้นในในประเทศไทยนั้นค่อนข้างแตกต่างออกไป
ระหว่างทริปพักผ่อนครั้งหนึ่ง คู่หมั้นของผมกับผมได้จัดของเข้าที่ในห้องพักโรงแรม หลังจากผ่านไปสองสามวัน เธอสังเกตว่าผมเอากางเกงในไปเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงของผม ซึ่งมันไม่เหมาะสม เพราะมันอยู่ใกล้กับศีรษะของผม หลังจากนั้นผมก็ย้ายไปใส่กล่องและนำไปวางไว้บนตู้ที่ปลายเตียง เพราะคิดว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ แต่การวางไว้บนตู้ก็กลายเป็นว่าอยู่สูงกว่าระดับศีรษะ ซึ่งก็ยังไม่ถูกต้อง และตอนนั้นเองที่ผมถึงเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร กางเกงในต้องถูกวางไว้ต่ำกว่าระดับศีรษะในทุกกรณี
นี่เป็นหนึ่งในความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ผมไม่เคยอ่านเจอมาก่อน แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าทั้งสองวัฒนธรรมของเรานั้นแตกต่างกันมากเพียงใด 😊

